วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษา หมวด 4

วิเคราะห์แนวปฏิรูปการเรียนรู้ในพระราชบัญญัติการศึกษา หมวด 4
มาตรา ๒๒ การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
มาตรา ๒๓ การจัดการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้คุณธรรม
กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ
การศึกษา

มาตรา ๒๔ การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมที่
สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัดและความแตกต่างระหว่างบุคคล
รวมทั้งให้ฝึกทักษะกระบวนการคิด และแก้ปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียน
ฝึกปฏิบัติจริง บูรณาการความรู้ต่าง ๆ และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมที่ดี
จัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ทำการวิจัย
ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ
ในทุกเวลา ทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน
มาตรา ๒๕ รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงาน และการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้
ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ
มาตรา ๒๖ การประเมินผลผู้เรียนจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ
การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ
ส่วนการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อให้ใช้วิธีการที่หลากหลาย
และนำผลการประเมินผู้เรียนมาใช้ประกอบด้วย
มาตรา ๒๗ ส่วนกลางจัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เน้นความเป็นไทยและความเป็นพลเมืองดี การดำรงชีวิตและการ
ประกอบอาชีพตลอด จนเพื่อการศึกษาต่อและให้สถานศึกษาจัดทำ
หลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับท้องถิ่น
มาตรา ๒๘ หลักสูตรการศึกษาทุกระดับและทุกประเภทต้องมีความ
หลากหลาย
โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ
มาตรา ๒๙ ให้สถานศึกษาร่วมกับชุมชน องค์กรหรือสถาบันต่าง ๆ
โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญา
และวิทยาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา
และความต้องการ รวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชน
มาตรา ๓๐ ให้สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น